โฆษณา


Articles

วีซ่า PUT สวีเดน

วีซ่า PUT สวีเดน

ท่านที่กำลังจะยื่นขอวีซ่าถาวร สวีเดน (PUT)  ตามเรามานะคะ ˙▽˙

เอาล่ะค่ะ.. ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ กัน  หลายท่านได้ส่งคำถามเข้ามาถามข้อมูลเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าถาวร วันนี้ผู้เขียนเองก็ได้เข้าไปด้อมๆมองๆในเว็บของไมเกรชั่นสวีเดน  เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมใหม่ๆ และนำมาให้อ่านกันเผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์ต่อท่านบ้างไม่มากก็น้อย

วีซ่าถาวร หรือที่มักเรียกกันสั้นๆว่า วีซ่า PUT (ภาษาสวีเดน: Permanent Uppehålltillstånd; ภาษาอังกฤษ: Permanent Work and Resident Permit) นั้น เป็นวีซ่าที่เราจะขอตอนที่วีซ่าอยู่อาศัย (UT) ใกล้จะหมดอายุ

การสมัครขอวีซ่าถาวรสวีเดน (PUT) นั้น Star ควรไปยื่นขอต่ออายุ “อย่างน้อย 30 วัน”ก่อนที่ ใบอนุญาตฯ ในปัจจุบันของคุณจะหมดอายุ และ Starโปรดทราบว่า.. คุณไม่สามารถยื่นคำร้อง ทางเว็บไซท์ได้ หาก “ความสัมพันธ์ของคุณได้สิ้นสุดลงแล้ว”..

การขอ วีซ่าถาวรสวีเดน (PUT) นั้นไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้ว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไรQuestion และสิ่งสำคัญนั้นคืออะไรQuestion สำหรับด้านล่างนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสัมภาษณ์  เทคนิคการสัมภาษณ์ รวมถึงคำถามยอดฮิต

== ประสบการณ์ตรงในการขอวีซ่า PUT ของ “ไอแอมจอย ==

วันนี้นึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ (นึกถึงอีกแล้ว อิอิ) ตอนที่เราขอวีซ่า PUT พออยู่สวีเดนใกล้ครบ 2 ปีก็ได้ยื่นเรื่อง ..ขอวีซ่า PUT ผ่านทางออนไลน์.. ซึ่งในตอนนั้นได้สมัครไปก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือน ขอเล่าเหตุการณ์ระทึกใจในวันสัมภาษณ์ให้ฟัง พร้อมเทคนิคขณะที่ถูกสัมภาษณ์และข้อควรปฎิบัติก่อนสัมภาษณ์

คืนก่อนสัมภาษณ์นอนแทบไม่หลับตื่นเต้นมากๆ (และก็มีความคิดบางส่วนแป๊บๆขึ้นมานิดนึงว่า..หากเราไม่ได้วีซ่าคราวนี้ก็คงได้กลับไปเมืองไทยเป็นแน่แท้ แล้วจะตอบคำถามทุกคนที่รู้จักในเมืองไทยว่าไง จะอายเค้ามั๊ยนะGrin)

และแล้ว.. วันสัมภาษณ์ก็มาถึง ตื่นเต้นๆๆๆ นัดสัมภาษณ์เป็นเวลาบ่ายโมงที่ตึกไมเกรชั่นในเมืองมาลเมอ(ตัวเราเองอาศัยอยู่เมืองลุนด์แต่ขึ้นกับไมเกรชั่นที่มาลเมอ) เหตุการณ์ในวันที่ไปสัมภาษณ์ ไปก่อนเวลา พอไปถึงก็..ไปกดใบคิวก่อนเลย.. ปรากฎว่ารอคิวแค่ห้าคน เอาล่ะซิ แต่ละคนเข้าไปสัมภาษณ์ไม่นานก็เดินออกมา และแล้วก็ถึงคิวของเรา ตอนแรกก็เดินเข้าไปพร้อมกันเลยสองคน คนสัมภาษณ์ถามดิฉันว่า.. อยากจะสัมภาษณ์เป็นภาษาสวีเดนหรืออังกฤษQuestion ดิฉันเลือกภาษาอังกฤษค่ะ เค้าก็ได้อธิบายขั้นตอนการสัมภาษณ์ให้ฟัง พออธิบายเสร็จเค้าก็จะสัมภาษณ์ดิฉันก่อนและให้สามีไปนั่งรอข้างนอก เอาล่ะซินาทีระทึกใจได้มาถึงแล้ววววว

สัมภาษณ์วีซ่า PUT สวีเดน

ในการสัมภาษณ์ดิฉันได้ตอบคำถามแค่เพียง..สั้นๆ.. แต่..ตรงประเด็น.. ซึ่งใช้เวลาสัมภาษณ์ประมาณไม่ถึง 10 นาที

การสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น..

  • Bunny จนท.มาดเข้มก็ยิงคำถามแรกมาก่อนเลยว่า..มาสวีเดนวันไหนคะ?
    ตอบ : เสร็จเราล่ะ เราก็ตอบไปทันควันเลย Dance ตอบไปแค่ว่า “มาสวีเดนวันที่…เดือน….ปี…”
    (คำถามนี้ได้เตรียมไว้แล้ว+55 เพราะเพื่อนรุ่นน้องคนนึงถูกสัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนได้บอกไว้แล้วGrin “ขอบใจน้องดาวด้วยจ้าสำหรับข้อมูล”)
  • คุณชอบสวีเดนมั๊ย? รู้สึกอย่างไรกับประเทศสวีเดน? แล้วอยากอยู่สวีเดนต่อมั๊ย?
    ตอบ : ก็ได้ตอบว่า..”ชอบสวีเดนค่ะ เป็นประเทศที่ดี น่าอยู่และผู้คนใจดีต่อฉัน อยากอยู่ที่สวีเดนต่อค่ะ”
  • Bunny ที่อยู่อาศัยของคุณตอนนี้เป็นยังไง? มีทั้งหมดกี่ห้อง? มีห้องอะไรบ้าง?
    (คำถามนี้หมายถึง เช่น.. อยู่เป็นบ้านหรืออพาร์ทเม้น ฯลฯ มีห้องนั่งเล่นกี่ห้อง ห้องนอนมกี่ห้อง ห้องน้ำกี่ห้อง ห้องครัวกี่ห้อง อะไรทำนองนี้ล่ะค่ะ)
  • Bunny ยังอยู่ด้วยกันมั๊ย? แล้วเค้าดีด้วยมั๊ย? (หมายถึงผู้รับรองของเรา)
  • Bunny จะอยู่ด้วยกันต่อมั๊ย? (หมายถึงเรากับผู้รับรองเรา)
  • Bunny เค้าทำงานอาชีพอะไร? อยู่บริษัทชื่ออะไร? และที่ทำงานปัจจุบันทำมากี่ปีแล้ว? (หมายถึงผู้รับรองของเรา)
  • Bunny ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่?
    (หมายถึงอยู่บ้านเฉย ๆ หรือเรียนหนังสือ หรือทำงาน ฯลฯ)
  • Bunny แผนการณ์ในอนาคตคุณจะทำอะไร?
    (ยกตัวอย่างเช่น.. อยากเรียนหนังสือต่อ อยากหางานทำ ฯลฯ)
  • หลังจากย้ายมาอยู่ที่สวีเดนเคยไปเมืองไทยบ้างมั๊ย? ไปกี่ครั้ง? แล้วแต่ละครั้งไปนานเท่าไหร่? ไปคนเดียวหรือผู้รับรองไปด้วย?
  • Bunny มีแผนการณ์จะไปเมืองไทยอีกมั๊ย? เมื่อไหร่? ไปคนเดียวหรือเปล่า?
  • Bunny คำถามสุดท้ายคือ คุณอยากอยู่สวีเดนต่อมั๊ย? (คำถามนี้คล้ายกับคำถามที่สองเลย คิดว่าเค้าคงถามเพื่อฟังคำยืนยันจากปากของเราอีกครั้ง)
    ตอบ : ขอแนะนำว่า.. ควรตอบเสียงแบบหนักแน่นและมั่นใจว่า..”อยากอยู่ต่อค่ะ“..

ป.ล. ที่เป็นสัญลักษณ์..กระต่าย..หน้าคำถามหมายถึง..คำถามยอดฮิตติดอันดับ..นะคะ ที่มักจะถูกถามกันบ่อย ๆ แต่ตอนนี้ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าคำถามที่ถามรุ่นหลังๆ จะยังเหมือนเดิมรึเปล่า

  • จากนั้นเค้าให้เราไปเรียกสามีซึ่งนั่งรออยู่ข้างนอกเข้าในห้องเพื่อ..สัมภาษณ์ด้วยคำถามเดียวกัน..ที่พึ่งถามเราไปเมื่อตะกี้ (หมายเหตุ: ขอเน้นนิดนึง ข้อควรระวังคือ..ตอนออกไปเรียกต้องให้ผู้รับรองเราเข้าไปในห้องสัมภาษณ์อย่างรวดเร็ว ชักช้าไม่ได้นะคะ! เพราะเค้ากลัวว่าเราจะมาบอกกันเกี่ยวกับคำถามที่พึ่งถูกถามไป ข้อควรระวังคือห้ามคุยหรือบอกกันเกี่ยวกับคำถามเป็นอันขาดPissed Off ในขณะที่ออกไปตามผู้รับรอง พอเดินออกมาเรียกอาจจะทำแค่สัญลักษณ์มือบอกว่าเข้าไปสัมภาษณ์)
  • พอสัมภาษณ์เสร็จ จากนั้น..เค้าก็ให้สามีเราออกไปตามเราเข้ามาในห้องเดิมอีกรอบ
  • พอเข้ามา สามีดิฉันก็ได้พูดกับเจ้าหน้าที่ว่า.. ถ้าเป็นไปได้ก็ขอวีซาให้ได้วีซ่าเร็วหน่อยเพราะเราได้ซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้แล้วเดือนหน้านี้เราจะไปเมืองไทยด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน จากนั้น..จนท.ก็บอกให้เราไปยืนถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือ พอเสร็จเค้าก็บอกว่าไปเที่ยวเมืองไทยให้สนุกนะคะ แล้วบัตรจะส่งไปให้ที่บ้านเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

และแล้วกระบวนการเกี่ยวกับสัมภาษณ์ก็เสร็จสิ้นลง..

พอเดินออกมาพ้นประตูเราก็สงสัยเลยถามสามีว่า เอ๊ะๆ..เค้าตอบแบบนี้หมายความว่าไง ได้วีซ่าแล้วเหรอ สามีก็ตอบว่า “ก็ใช่น่ะซิ” สรุปว่าเราตอบคำถามไม่ตรงกันไปสองข้อแต่ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ Dance..

จากนั้นประมาณสามวันเราก็เห็นมีบัตรวีซ่า PUT ส่งมาที่บ้าน ซึ่งเค้าส่งมาให้ทางไปรษณีย์ สรุปว่าได้วีซ่าตั้งแต่วันสัมภาษณ์เลย เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆClapClap

เทคนิคสัมภาษณ์ วีซ่า PUT สวีเดน

ขอแนะนำว่าควรจะตอบคำถามเพียง สั้น ๆ แต่..ตรงประเด็น ไม่ยืดเยื้อเยื้อ เช่น คำถามว่าเค้าดีด้วยมั๊ย? ก็ควรตอบเพียงแค่ว่า..เค้าดีด้วยค่ะ.. และตอนที่ถูกถามว่าจะอยู่ด้วยกันต่อมั๊ย? ก็ตอบแค่ว่า..จะอยู่ด้วยกันต่อค่ะ..เป็นต้น เพราะหากเราตอบเล่าเรื่องราวยืดยาวไปอาจเป็นช่องโหว่ให้ถูกซักวนไปวนมาก็อาจจะใจเสียได้

ข้อควรปฎิบัติก่อนสัมภาษณ์วีซ่า PUT

  1. ข้อนี้สำคัญมากคือ ในช่วงสองปีก่อนขอวีซ่า PUT ขอแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรทะเลาะเบาะแว้งหรือผิดใจกันบ่อย ๆ กับ..คนรับรอง..(คือคนที่รับรองเรามาสวีเดน หมายถึงแฟน, สามี ฯลฯ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้วันสัมภาษณ์และที่สำคัญที่สุดคือ..วันสัมภาษณ์.. เพราะคำตอบของคนรับรองจะมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับผลของวีซ่าประเภทนี้ (ถึงอย่างไรก็ตาม ก็มีข้อยกเว้นอยู่บางประการซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่ที่คำตอบของคนรับรองเสียทั้งหมด)
  2. ช่วงที่ถือวีซ่าอยู่อาศัย(วีซ่า UT) ไม่ควรออกนอกประเทศสวีเดนติดต่อกันเป็นเวลานาน อย่างเช่น ไปเมืองไทย 7, 8 เดือน 1 ปี เป็นต้น เพราะอาจจะมีผลต่อการขอวีซ่า PUT ทำให้ได้วีซ่าล่าช้า
  3. พยายามตอบคำถามให้ตรงกันให้มากที่สุด
  4. ในระหว่างที่รอวีซ่า PUT Starไม่ควรออกนอกประเทศเพราะว่าวีซ่าหมดอายุแล้ว

== สำหรับด้านล่างนี้เป็นข้อมูลจากเว็บ ไมเกรชั่นสวีเดน ==

การยื่นขอวีซ่าถาวรออนไลน์ (PUT)

การสมัครขอวีซ่าถาวรสวีเดน (PUT) นั้น Star ควรไปยื่นขอต่ออายุอย่างน้อย 30 วันก่อนที่ ใบอนุญาตฯ ในปัจจุบันของคุณจะหมดอายุ

สิ่งที่ต้องมี

สิ่งที่จะต้องมีและเตรียมไว้ก่อนที่จะเข้าไปสมัครวีซ่าถาวร (PUT) แบบออนไลน์ ได้แก่..

  1. คุณและคนที่จะย้ายไปสวีเดนจะต้องมี ..อายุมากกว่า 18..
  2. คุณและลูก(เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี)ของคุณ ..ยื่นขอผ่านระบบออนไลน์พร้อมกันได้.., จะต้อง ..ลงทะเบียนในสวีเดน..
  3. คุณต้องมี .. 1 อีเมล์ (ที่ใช้งานได้)..
  4. คุณต้องสามารถที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมการสมัครโดย ..บัตรเครดิต Visa หรือ Master Card/ Eurocard..
    (สำหรับผู้ใหญ่ : ต้องมีเงินในบัตรอย่างน้อย 1,500 สวิดิชโครน) พอดีเมื่อกี้ผู้เขียนก็ได้แอบเข้าไปดูในเว็บมีเกรชั่น เค้าเขียนว่า ผู้ใหญ่เสียค่าธรรมเนียม 1,500 สวิดิชโครน ส่วนเด็กก็จะเป็น 750 สวิดิชโครนค่ะ

Residence permit to live with someone in Sweden

– Adult SEK 1,500
– Child under 18 years of ageSEK 750

  • มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถอ่านไฟล์ Pdf ได้ (ถ้าไม่มีดาวน์โหลดได้ที่นี่ฟรี : Adobe Acrobat Reader)
  • คุณจะต้องสามารถ ..สแกนหรือถ่ายรูปเอกสารที่จะต้องใช้.. ประกอบในการยื่นขอวีซ่าถาวรผ่านทางออนไลน์

เอกสารที่ต้องใช้

สำหรับเอกสารที่ใช้และแนบตอนสมัครวีซ่า PUT แบบออนไลน์ มีดังนี้..

Female Fighter ผู้ยื่นขอ

  1. Clover หน้าพาสปอร์ต และ วีซ่า UT ของเรา (ถ้าพาสปอร์ตใกล้หมดอายุควรทำพาสเล่มใหม่ก่อนยื่นขอวีซ่า)
  2. Clover Familjebevis เป็นทะเบียนบ้านที่แสดงให้เห็นว่าเราแต่งงานกับใครเมื่อไหร่ สามารถขอได้ที่ Skatteverket
    • ถ้า..แต่งงานจดทะเบียนแล้ว..ให้ใช้ familjebevis ..1 ชุด..
    • แต่ถ้าเป็น..ซัมบูหรือยังไม่แต่งงาน..ให้ใช้ทั้งของผู้รับรองและผู้ยื่นขอวีซ่า ..คนละชุด..

Male Fighter ผู้รับรอง

  1. Clover หน้าพาสปอร์ตหรือ บัตรประชาชน หรือเอกสารที่สามารถแสดงตนได้ของผู้รับรอง (หมายถึงคนที่รับรองเรามาอยู่สวีเดนตอนที่เราขอวีซ่า UT)
  2. Clover ผู้รับรองของเรา (หมายถึงคนที่รับรองเรามาอยู่สวีเดนตอนที่เราขอวีซ่า UT) ต้องกรอกแบบฟอร์ม..อันนึง พอกรอกเสร็จตัวเราเองและผู้รับรองต้องทำการ..เซ็นต์ชื่อด้วยกัน.. จากนั้นนำไปสแกนเป็นไฟล์แล้วก็อัพโหลดเข้าไปด้วยขณะที่สมัครวีซ่า PUT ออนไลน์  เพื่อเป็นยืนยันว่าเรายังอยู่ด้วยกันกับผู้รับรองของเรามาตลอดเป็นความจริง (ภาษาอังกฤษเรียกว่า assurance of cohabitation ; ภาษาสวีเดนเรียกว่า försäkran om samlevnad)

    เราสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มดังกล่างได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ :

หมายเหตุ : เอกสารที่มีสัญลักษณ์ใบไม้Cloverอยู่ด้านหน้า หมายถึงเราจะต้องทำการสแกนหรือถ่ายรูปเป็นไฟล์เพื่อนำไปอัพโหลดตอนเข้าไปสมัครวีซ่า PUT ออนไลน์ (ไฟล์เอกสารต้องไม่มีขนาดใหญ่เกิน 2 MB นามสกุลไฟล์ที่รับ Pdf, doc, docx, jpg, png, txt, หรือ RTF)

ป.ล. ** Star กฏเกณฑ์ของสถานทูตเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยไม่แจ้งล่วงหน้า กรุณาตรวจเช็คเรื่องเอกสารเพิ่มเติมกับทางสถานทูตทุกครั้ง

ลิงค์ใช้สมัครขอวีซ่าถาวร (PUT) ออนไลน์

เมื่อเตรียมทุกอย่างที่กล่าวด้านบนเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราก็จะเข้าไปสมัครกันเลย เอาล่ะน๊าพร้อมยัง.. (พลอยตื่นเต้นไปด้วยPray) ถ้าพร้อมแล้วก็คลิกเข้าไปเลยค่ะตามลิงค์ด้านล่างนี้ เลือกเอาว่าเราจะสมัครเป็นภาษาสวีเดนหรืออังกฤษ

ระยะเวลาพิจารณาวีซ่า

สำหรับระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าถาวร  สวีเดน (PUT) นั้น จากที่ได้แอบเข้าไปดูในเว็บมีเกรชั่นสวีเดนเมื่อตะกี้ เค้าเขียนไว้ว่า..

  • ถ้าเอกสารครบ รอประมาณ 4 เดือน
  • ถ้าเอกสารไม่ครบ(ขอเอกสารเพิ่ม) รอ 4 – 12 เดือน
  • ถ้าขอเอกสารเพิ่มเติมแล้วก็ยังไม่ได้ และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม รอมากกว่า 12 เดือน

ลิงค์เพื่อเข้าไปดูระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า PUT กรุณาคลิกที่นี่ : ระยะเวลาพิจารณาวีซ่า PUT

ป.ล. Star จากที่เจอกับตัวเองรวมถึงที่ได้ยินมา สำหรับการรออนุมิติวีซ่า PUT นั้น หลายท่านก็ได้เร็วหรือช้ากว่าที่หน้าเว็บเขียนเอาไว้

╭ ขอขอบคุณข้อมูลจาก เว็บ ไมเกรชั่นสวีเดน Migrationsverket ╮
ミเรียบเรียงโดย “ไอแอมจอย” เว็บคนไทยในสวีเดน : อัพเดทข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2558 ミ

ขอให้ทุกท่านโชคดีและได้วีซ่า PUT เร็วๆค่ะ!!  บายBye

อัพเดทข้อมูลล่าสุด : 10 ตุลาคม 2560


คือ..เจ้าของเว็บขอหลบตัวไปตั้งหลักGrinก่อน เนื่องจากมีคำถามส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตอบไม่ทัน อิอิ และขอขอบคุณเพื่อนๆในเว็บมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะที่ให้การตอบรับอย่างคับคั่งและอบอุ่น

..ตอบกันเองนะจ๊ะ..

คุณอาจชอบเรื่องนี้ด้วย :

วีซ่าถาวรสวีเดน

วีซ่าอยู่อาศัยสวีเดน, วีซ่า UT สวีเดน, ขอวีซ่าวีซ่าทำงานและอยู่อาศัยสวีเดน, ขอวีซ่าวีซ่า UT สวีเดน, Work and resident permit

การขอวีซ่าอยู่อาศัยสวีเดน (วีซ่า UT) นั้นมันไม่ยากอย่างที่คิด วีซ่า UT เป็นวีซ่าชั่วคราว 2 ปี (บางคนก็ได้ปีเดียว) พออยู่ครบสองปีก็ต้องต่อวีซ่าอีกครั้งเป็น วีซ่าถาวร(PUT) เราได้รวบรวมคำถาม เทคนิคการสัมภาษณ์ ประสบการณ์ ความคิดเห็น ปัญหาที่พบ คำแนะนำในการแก้ปัญหาในการขอวีซ่า UT จากหลายๆท่านที่มีประสบการณ์ตรง

วันนี้นึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ตอนที่ดิฉันขอวีซ่าเพื่ออยู่อาศัยในสวีเดน Work and resident permit หรือในภาษาสวีเดนเรียกว่า Uppehålltillstånd ด้วยเหตุนี้เองวีซ่าสวีเดนประเภทนี้จึงมีชื่อย่อที่ว่า วีซ่า UT ภาษาไทยคือวีซ่าทำงานและอยู่อาศัย หลังจากที่แต่งงานได้ประมาณหนึ่งเดือนก็เริ่มยื่นขอวีซ่่า รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เพราะไม่เคยออกนอกประเทศและไม่เคยไปสวีเดนมาก่อน ในตอนนั้นกังวลใจและคิดว่าจะยากมั๊ยนะ ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ นอนแทบไม่หลับ

และแล้ว..วันสัมภาษณ์ก็มาถึงใจเต้นตุบตับ วันนั้นดิฉันไปที่สถานทูตสวีเดนที่กรุงเทพแต่เช้า ไปก่อนเวลานัดเกือบชั่วโมงกันพลาดเผื่อรถติด ไปก็นั่งรอตรงโซฟาซึ่งอยู่จะหน้าห้องสัมภาษณ์ พอถึงเวลาเค้าก็จะเรียกเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ซึ่งเป็นห้องเล็ก ๆ ในห้องจะมีกระจกหนากั้นอยู่ คนสัมภาษณ์จะนั่งด้านในส่วนเราก็นั่งอีกฝั่งของกระจก ข้างหน้าที่ดิฉันนั่งจะเป็นช่องเล็กเอาไว้เวลายื่นเอกสารให้เค้า ส่วนด้านซ้ายจะมีไมโครโฟนเล็ก ๆ เวลาตอบก็พูดตรงไมโครโฟนนั่นล่ะ ถ้าใครที่เสียงดังอยู่แล้วก็คงไม่ต้องใช้

คำถามที่ถูกถามในตอนนั้น (เท่าที่จำได้) :

ประสบการณ์ตรงในการสัมภาษณ์ขอวีซ่า UT

  1. คำถามแรกมาก่อนเลย คุณชื่ออะไรครับ?
    ดิฉันก็ตอบ ชื่อและสกุลจริงของตัวเองไปเลยอย่างฉับพลัน คิดในใจว่าคำถามง่ายแฮะ (แต่ตอนตอบเสียงสั่นนะคะ เสียงเบา เจ้าหน้าที่มาดดุตั้งแต่เดินเข้าไปแล้วค่ะ ก็บอกตัวเองว่าทำใจดีๆไว้นะไอแอมจอยSweatไม่ต้องกลัว)
  2. จากนั้นก็ถูกยิงคำถามที่สองว่า..ตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่ครับ?
    โอ่! ง่ายอีกแล้วตอบไปอย่างเร็วเช่นกัน ยากกว่านี้มีมั๊ยน้อ ROTFL
  3. คุณจะไปสวีเดนเพื่ออะไร?
    ตอบ : เพื่อย้ายไปอยู่ที่นั่นเลย
  4. คุณเคยไปสวีเดนมั๊ย?
    ตอบ : ไม่เคยค่ะ
  5. ไม่เคยไปแล้วรู้เกี่ยวกับสวีเดนมั๊ยว่าสวีเดนเป็นยังไง?
    ตอบ : ทราบค่ะ เคยเห็นในทีวีและทราบว่าที่นั่นอากาศหนาวมากเห็นมีหิมะด้วย นอกจากนี้ก็เคยเรียนเกี่ยวกับประเทศสวีเดนตอนสมัยเรียนหนังสือน่ะค่ะ
  6. แล้วชอบมั๊ย?
    ตอบ : ชอบค่ะ อยากไปอยู่
  7. คุณมีพี่น้องกี่คนและเป็นคนที่เท่าไหร่?
    ตอบ : มีพี่น้อง…คน ดิฉันเป็นคนที่…..
  8. พี่น้องของคุณอายุเท่าไหร่?
    ตอบ : คนโตอายุ….ปี  คนที่ 2 ……….. คนที่ 3………..
  9. พี่น้องของคุณอาศัยอยู่ที่ไหนกันบ้าง?
    ตอบ : คนโตอาศัยอยู่ที่แถวสะพานใหม่ กรุงเทพฯ คนที่……………… ส่วนคนสุดท้องอาศัยอยูในจังหวัด…….ค่ะ
  10. คุณมีลูกมาก่อนที่จะแต่งานกับแฟนคนนี้มั๊ย?  ถ้ามีลูกก็จะถามต่ออีกว่ามีกี่คน?
  11. ถ้ามี ถามต่ออีกว่าลูกชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ อาศัยอยู่ด้วยกันมั๊ยหรืออยู่ที่ไหน? พอย้ายไปอยู่สวีเดนแล้วลูกที่เมืองไทยจะทำยังไงใครจะดูแล?
  12. ได้แต่งงานกันมั๊ย? (หมายถึงเรากับผู้รับรองที่สวีเดน)
    ตอบ : แต่งงานกันค่ะ
  13. แล้วแต่งงานกันเมื่อไหร่?
    ตอบ : เมื่อวันที่…..เดือน….ปี
  14. จัดงานแต่งงานที่ไหน?
    ตอบ : ที่…(บอกชื่อสถานที่)… กรุงเทพฯค่ะ
  15. งานแต่งจัดขึ้นตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง?
    ตอบ : งานเรื่ม เก้าโมงเก้านาทีGrin ถึง ….น.ค่ะ
  16. มีคนมาร่วมงานกี่คน?
    ตอบ : ……..คน
  17. แล้วมีใครมาร่วมงานบ้าง?
    ตอบ : ก็มี……….มาร่วมงาน
  18. ตอนงานแต่งงานเจ้าบ่าว(บินมาจากสวีเดน)มีญาติ พี่น้อง เพื่อนหรือใครมาด้วยมั๊ยหรือว่ามาคนเดียว?
    ตอบ : บินมาคนเดียวค่ะ
  19. พอพิธีแต่งงานเสร็จได้มีงานเลี้ยงต่อมั๊ย? และจัดงานเลี้ยงกันที่ไหน?
  20. หลังจากนั้นได้ไปฮันนีมูนกันมั๊ย ที่ไหน?
  21. แล้วได้จดทะเบียนสมรสกันรึเปล่า?
  22. แล้วก็ถูกถามต่ออีกว่า จดทะเบียนสมรสกันเมื่อไหร่?
    ตอบ : เมื่อวันที่ …เดือน….ปี….
  23. คุณเคยมีแฟนหรือสามีมาก่อนมั๊ย เคยมีมากี่คน?
  24. ถ้าเคยมี เค้าจะถามต่ออีกว่า เลิกกันนานหรือยัง ยังติดต่อกันอยู่มั๊ย?
    ตอบ : เลิกไปนานแล้วค่ะและไม่เคยติดต่อกันเลย
  25. แล้วสามีที่เราแต่งด้วยคนนี้ชื่อ-สกุลอะไร?
    ตอบ :  ชื่อ……. สกุล……..
  26. รู้จักกันได้ยังไง เมื่อไหร่?
    ตอบ :  รู้จักกันทาง……..รู้จักกันเมื่อประมาณเดือน….. ปี พ.ศ……
  27. เจอกันมากี่ครั้งแล้ว? เจอกันที่ไหน?
  28. แล้วตอนเจอกันไปที่ไหนกันบ้าง? แล้วช่วงที่เค้ามาหลายวันพักที่ไหนกัน?
  29. คบกันมานานแค่ไหน?
    ตอบ :  …….ปีค่ะ
  30. เค้าอาศัยอยู่เมืองอะไร?
    ตอบ :  เมือง………ค่ะ
  31. เค้าเคยมีแฟนหรือภรรยามาก่อนมั๊ย?
  32. ถ้ามี เค้าถามต่ออีกว่าเคยมีกี่คน? แล้วเค้าเลิกกันไปนานเท่าไหร่? เค้ายังติดต่อกันอยู่อีกมั๊ย?
  33. สามีเค้ามีลูกมาก่อนที่จะแต่งงานกับคุณมั๊ย?
  34. แล้วเค้ามีพี่น้องกี่คน? แล้วเราเคยเห็นพี่น้องเค้ามั๊ย
    ตอบ :  …..คน เคยเห็นพี่น้องเค้าทุกคนในรูปภาพค่ะ
  35. สามีเราอาศัยอยู่ที่ไหน (หมายถึงเป็นบ้านหรืออพาร์ทเม้นท์ฯลฯ)?
  36. ที่เราจะไปอยู่มีกี่ห้อง ห้องอะไรบ้าง?
    ตอบ : มีทั้งหมด……ห้อง ได้แก่ ห้องนอน ห้อง……. แล้วก็ห้อง…….
  37. แน่ใจแล้วใช่มั๊ยว่าจะย้ายไปอยู่ที่สวีเดน?
    ตอบ : แน่ใจค่ะ
  38. คำถามสุดท้ายคือเมืองที่คุณจะไปอยู่ชื่อเมืองอะไร?
    ตอบ : เมือง……..ค่ะ

ทุกคำถามดิฉันตอบอย่างฉับพลันและเสียงดังชัดเจน (ยกเว้นคำถามต้นๆเพราะเข้าไปตอนแรกยังตื่นเต้นอยู่) ตอนสัมภาษณ์ใช้เวลาทั้งหมดประมาณครึ่งขั่วโมง วันนั้นได้เตรียมรูปงานแต่งงานและหลักฐานเพื่อแสดงความสัมพันธ์ติดตัวไปด้วย แต่จนท.สัมภาษณ์ไม่ต้องการดู

หลังจากนั้นประมาณสองเดือนครึ่ง..ก็ได้รับข่าวดีว่า..วีซ่าผ่านแล้ว.. เย้ๆๆๆๆๆDance

ระยะเวลาพิจารณาวีซ่า

สำหรับระยะเวลาพิจารณาวีซ่า ลองเข้าไปดูในลิงค์นี้ค่ะ เป็นเว็บของ Migration Board : ระยะเวลาพิจารณาวิซ่า UT

เทคนิคตอบคำถามขณะที่ถูกสัมภาษณ์ขอวีซ่า

ขอแนะนำว่า

  • อันดับแรกคือเข้าไปด้วยบุคลิกที่สุภาพ รวมถึงการแต่งกายและทรงผมที่ดูสุภาพ
    ในตอนนั้นเราได้กล่าวคำทักทายคนสัมภาษณ์ด้วยคำว่า “สวัสดีค่ะ”
  • ฟังคำถามให้ชัดเจน ถ้าได้ยินไม่ชัดเราควรจะถามคำถามซ้ำอีกรอบ
  • ตอบให้ตรงคำถาม และขณะที่ตอบควรมองหน้าคนสัมภาษณ์ด้วย
  • ตอบคำถามเพียงสั้น ๆ แต่ตรงประเด็น
    เช่น ถามว่าคุณอายุเท่าไหร่? ก็ควรจะตอบเพียงแค่ว่า ..30 ปี.. (ถ้าอายุ 30 ปี)
    ถ้าถามว่าคุณเคยมีแฟนมาก่อนมั๊ย? ควรจะตอบเพียงแค่ว่า ..เคยมี.. ถ้าเค้าอยากรู้ต่อเค้าก็จะถามคำถามมาเอง
    ถ้าถามว่าตอนนี้คุณทำงานอยู่หรือเปล่า? ควรจะตอบเพียงว่า  ..ตอนนี้ทำงานอยู่..  หรือ ..ไม่ได้ทำงานค่ะ (กรณีที่เราไม่ได้ทำงาน)
  • ตอบคำถามให้เร็วไม่ควรชักช้าแสดงให้เห็นว่าเรามั่นใจในการตอบ หรือถ้าบางคำถามต้องใช้ความคิดถ้าตอบช้าสักนิดก็ไม่น่าเป็นไร แต่ควรตอบด้วยความมั่นใจและเสียงดังฟังชัด
  • ควรนำเอกสารแสดงความสัมพันธ์กับผู้รับรองติดตัวเข้าไปด้วยตอนสัมภาษณ์
    เช่น ถ้าขอวีซ่าย้ายไปอยู่กับแฟนก็ควรนำหลักฐานอะไรต่าง ๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นแฟนกันจริง หลักฐานที่เคยติดต่อกันนำไปด้วย เช่น รูปภาพที่ถ่ายด้วยกัน ถ้าเคยคุยกันทางแชทก็ควรก๊อปปี้ข้อความคำพูดนั้นมาด้วยพร้อมวันที่ และถ้าเคยส่งเงินมาให้ก็ควรนำหลักฐานเหล่านี้มาด้วย เป็นต้น

หลักฐานเหล่านี้เอามาเผื่อเท่านั้นเอง อาจจะไม่ใช้ก็ได้เพราะวันที่ดิฉันไปสัมภาษณ์วันนั้นคนสัมภาษณ์ไม่ต้องการดูเอกสารประกอบการสัมภาษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าหลักจากที่ออกมาจากห้องสัมภาษณ์เห็นน้องผู้หญิงคนนึงก็พึ่งออกมาไล่หลังกันมาติด ๆ ซึ่งถูกสัมภาษณ์ในห้องสัมภาษณ์อีกห้องนึงเล่าว่าถูกถามแบบละเอียดเลยและใช้เวลาในการสัมภาษณ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงและขอดูหลักฐานแสดงความสัมพันธ์กับสามีด้วย เค้าบอกว่าโชคดีที่เค้านำรูปภาพตอนที่เคยเป็นแฟนกันและรูปภาพตอนแต่งงานติดตัวมาด้วย น้องเค้าเล่าให้ฟังว่าก่อนที่จะมาขอวีซ่าถาวรครั้งนี้เคยไปอยู่สวีเดนมาก่อนด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเป็นเวลาหกเดือน ตอนถูกสัมภาษณ์ถูกถามคำถามละเอียดลึกมาก เช่น สามีของคุณมีพี่น้องกี่คน? ตอนอยู่ที่สวีเดนเคยพบญาติพี่น้องของเค้ามั๊ย? ชื่ออะไรบ้าง? และอาศัยอยู่ที่ไหน? คนแรกชื่ออะไร คนที่สองชื่ออะไร? เป็นต้น

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการยื่นขอวีซ่าค่ะและได้วีซ่าเร็วๆ!!Bye

ミ อัพเดทข้อมูลเมื่อ 26 กันยายน 2558 ミ


คือ..เจ้าของเว็บขอหลบตัวไปตั้งหลักGrinก่อน เนื่องจากมีคำถามส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตอบไม่ทัน อิอิ และขอขอบคุณเพื่อนๆในเว็บมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะที่ให้การตอบรับอย่างคับคั่งและอบอุ่น

..ตอบกันเองนะจ๊ะ..




โฆษณา

คุณอาจชอบเรื่องนี้ด้วย :